เนื่องจากวันนี้ มีปัญหาจากการทำงานที่พบคือ ตัวอักษรกับวรรณยุกต์ ทับกันใน pdf
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพราะ Font เพราะงั้น วันนี้ เลยมาแนะนำ Tool ที่เกี่ยวกับ ฟอนต์กัน
สาเหตุแรก ที่สระกับวรรณยุกต์ทับกัน เพราะว่าฟอนต์ ไม่ได้ออกแบบสำหรับภาษาไทยโดยเฉพาะ ซึ่งอันนี้ ต้องลองเอาเอง ยกตัวอย่างเช่น
คำว่า ยี ยี่ ยี้ ยี๊ ผลจากฟอนต์แต่ละตัว ที่นำมาลงในเอกสาร pdf จะได้ดังนี้
จะเห็นว่า แม้ฟอนต์ที่ใช้ ในระบบวินโดส์ปกติ จะรองรับภาษาไทย แต่เมื่อนำมาใช้กับเอกสาร pdf แล้ว จะได้สระและวรรณยุกต์ ทับกัน ต่างจากฟอนต์ที่ออกแบบโดยคนไทย จะไม่ค่อยมีปัญหานี้ครับ
ทีนี้ ก็เลยเกิดการเสาะหาฟอนต์ที่ใกล้เคียงของเดิม และที่สำคัญ ต้องฟรีด้วย เพราะงานส่วนใหญ่ ที่ทำเป็นงานบริการ ไม่มีกำไร จึงต้องเน้นฟรีเข้าไว้ ซึ่งเมื่อได้ฟอนต์มาจำนวนนึง ก็เกิดความลำบากอีกว่า แล้วแต่ละฟอนต์ มันแตกต่างกันอย่างไรอีก ก็ต้องหา Tool มาดูฟอนต์ตัวอย่าง เลยได้จากเจ้านึงมา ชื่อว่า NexusFont เหตุที่แนะนำตัวนี้ เพราะว่า มีทั้งเวอร์ชั่น Install และ Portable ซึ่งแค่ก็อปปี้ ไป ก็ใช้ได้เลย
ดาวน์โหลดได้จากที่นี่ http://www.xiles.net/
* font ตระกูล TF เป็นฟอนต์ฟรีจากสมาพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์ นะครับ ดาวน์โหลดได้จากที่นี่
http://www.printfederation.or.th/index.php/downloads/viewcategory/1-thailand-fonts
หรือ Facebook
https://www.facebook.com/thaiprinting/posts/375170855887215
สาเหตุที่ใช้ฟอนต์ชุดนี้ นอกจากเหตุผลหลักคือฟรีแล้ว ฟอนต์ชุดนี้ ยังมีฟอนต์ที่ลักษณะ คล้าย Cordia อยู่มาก (ซึ่งฟอร์ม pdf ต้นฉบับดูเหมือนจะใช้ ตัวอักษร Cordia ในการออกแบบครับ)
ซึ่งต้องขอขอบคุณ สมาพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559
การติดตั้ง PHP ใน Apache
ผมเริ่มต้นที่
http://windows.php.net/downloads/releases/archives/
เพื่อค้นหา php version เก่าๆ เพื่อใช้กับแอพที่ต้องการ ซึ่งรองรับได้เพียง Version 5.3
จึงได้เลือกโหลด
php-5.3.9-Win32-VC9-x86 มา
เพราะการติดตั้ง Apache ครั้งก่อน เลือก httpd-2.2.31-win32 เอาไว้ ซึ่งภายในจะมี dll
php5apache2_2.dll ให้ใช้กับ Apache รุ่น 2.2 ได้
เมื่อโหลดไฟล์เสร็จ ก็ทำการแตกไฟล์เอาไว้ใน Drive C: ชื่อว่า PHP
C:\PHP
จากนั้น กลับไปที่ Apache เพิ่มค่า Config เข้าไปในไฟล์ C:\Apache2\conf\httpd.conf ในบรรทัดท้ายสุด ดังนี้
LoadModule php5_module "C:/PHP/php5apache2_2.dll"
AddHandler application/x-httpd-php .php .html .htm
PHPIniDir C:PHP
จะสังเกตว่า การตั้งค่า Config path ใน ไฟล์พวก PHP หรือ Apache นั้น จะใช้ "/" แทน "\" ที่คุ้นเคยใน Windows
ตั้งค่าเสร็จแล้ว ก็ต้องไปตั้งค่า php.ini ต่อ ดังนี้
ไปที่โฟลเดอร์ C:\PHP แล้ว เปลี่ยนชื่อไฟล์ php.ini-development เป็น php.ini (coy มาเปลี่ยนชื่อก็ได้ ถ้าต้องการต้นฉบับเก็บไว้)
แล้วตั้งค่า php.ini ดังนี้
เลือกใช้ extension ที่ต้องการ
ตั้งค่า TimeZone ให้เป็นกรุงเทพ หรือ สถานที่ตามต้องการ มีลิงค์รายการอยู่ด้านบน หรือ
http://php.net/manual/en/timezones.asia.php
date.timezone = "Asia/Bangkok"
ตั้งค่า short_open_tag = On ในกรณีที่ต้องการใช้รูปแบบ <? ?>
ตั้ง Path ให้เรียก dll ได้ถูกต้อง
include_path = "c:php"
extension_dir = "c:php/ext"
จากนั้น กลับไปที่ Cmd ของ Apache เพื่อสั่ง Restart
หากไม่มีอะไรผิดพลาด สามารถทดสอบด้วย คำสั่ง php
<? echo phpinfo(); ?>
ได้
http://windows.php.net/downloads/releases/archives/
เพื่อค้นหา php version เก่าๆ เพื่อใช้กับแอพที่ต้องการ ซึ่งรองรับได้เพียง Version 5.3
จึงได้เลือกโหลด
php-5.3.9-Win32-VC9-x86 มา
เพราะการติดตั้ง Apache ครั้งก่อน เลือก httpd-2.2.31-win32 เอาไว้ ซึ่งภายในจะมี dll
php5apache2_2.dll ให้ใช้กับ Apache รุ่น 2.2 ได้
เมื่อโหลดไฟล์เสร็จ ก็ทำการแตกไฟล์เอาไว้ใน Drive C: ชื่อว่า PHP
C:\PHP
จากนั้น กลับไปที่ Apache เพิ่มค่า Config เข้าไปในไฟล์ C:\Apache2\conf\httpd.conf ในบรรทัดท้ายสุด ดังนี้
LoadModule php5_module "C:/PHP/php5apache2_2.dll"
AddHandler application/x-httpd-php .php .html .htm
PHPIniDir C:PHP
จะสังเกตว่า การตั้งค่า Config path ใน ไฟล์พวก PHP หรือ Apache นั้น จะใช้ "/" แทน "\" ที่คุ้นเคยใน Windows
ตั้งค่าเสร็จแล้ว ก็ต้องไปตั้งค่า php.ini ต่อ ดังนี้
ไปที่โฟลเดอร์ C:\PHP แล้ว เปลี่ยนชื่อไฟล์ php.ini-development เป็น php.ini (coy มาเปลี่ยนชื่อก็ได้ ถ้าต้องการต้นฉบับเก็บไว้)
แล้วตั้งค่า php.ini ดังนี้
เลือกใช้ extension ที่ต้องการ
ตั้งค่า TimeZone ให้เป็นกรุงเทพ หรือ สถานที่ตามต้องการ มีลิงค์รายการอยู่ด้านบน หรือ
http://php.net/manual/en/timezones.asia.php
date.timezone = "Asia/Bangkok"
ตั้งค่า short_open_tag = On ในกรณีที่ต้องการใช้รูปแบบ <? ?>
ตั้ง Path ให้เรียก dll ได้ถูกต้อง
include_path = "c:php"
extension_dir = "c:php/ext"
จากนั้น กลับไปที่ Cmd ของ Apache เพื่อสั่ง Restart
หากไม่มีอะไรผิดพลาด สามารถทดสอบด้วย คำสั่ง php
<? echo phpinfo(); ?>
ได้
การติดตั้ง Server Apache ใน Windows และ PHP
สำหรับ Apache Server ที่ใช้กันใน Windows สามารถหาดาวน์โหลดได้ที่
https://www.apachelounge.com
โดยมีสิ่งที่ต้องพึงระวัง ดังนี้
Server 64 bit ต้องใช้กับ php 64 bit และเป็น VC เดียวกัน หรือที่รองรับได้
Server 32 bit ต้องใช้กับ php 32 bit VC ต้องรองรับ
ตัว dll ใน PHP จะเป็นตัวกำหนด Version ที่ใช้ได้กับ Apache Server
เช่นใน โฟลเดอร์ PHP มีไฟล์ php5apache2_4.dll ก็ต้องใช้กับ Apache Server version 2.4.x เท่านั้น (ต้องใช้ Thread Safe version เพราะ Non Thread Safe version จะไม่มี dll สำหรับ Apache)
อย่างแรก ไปโหลด ตัว Apache กันก่อน
https://www.apachelounge.com
โดยมีสิ่งที่ต้องพึงระวัง ดังนี้
Server 64 bit ต้องใช้กับ php 64 bit และเป็น VC เดียวกัน หรือที่รองรับได้
Server 32 bit ต้องใช้กับ php 32 bit VC ต้องรองรับ
ตัว dll ใน PHP จะเป็นตัวกำหนด Version ที่ใช้ได้กับ Apache Server
เช่นใน โฟลเดอร์ PHP มีไฟล์ php5apache2_4.dll ก็ต้องใช้กับ Apache Server version 2.4.x เท่านั้น (ต้องใช้ Thread Safe version เพราะ Non Thread Safe version จะไม่มี dll สำหรับ Apache)
อย่างแรก ไปโหลด ตัว Apache กันก่อน
จะได้ไฟล์ประมาณ httpd-2.4.xx-win64-VC14.zip (อันนี้แล้วแต่ว่าจะเลือกใช้ 32bit หรือ 64bit)
ยกตัวอย่าง ผมยังต้องการใช้ PHP version เก่า ประมาณ 5.3
จึงเลือกโหลด
httpd-2.2.31-win32 มา (เนื่องจาก ต้องใช้กับ php 5.3 ซึ่งยังไม่มี x64 ให้โหลด)
แตกไฟล์มา จะได้ โฟลเดอร์ Apache2 และ ขั้นตอนการลงมา ซึ่งถ้าไม่เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก Copy หรือ ย้าย Apache2 ไปไว้ที่ Drive C
แล้วใช้ Cmd ในโหมด Administrator
เพื่อใช้คำสั่งดังนี้
สั่งลงแบบ Service จะใช้คำสั่ง
C:\Apache2\bin\httpd -k install
ซึ่งต้องระวังนิดนึง หากใช้เครื่องนึงร่วมกันหลาย Server จำเป็นจะต้องเลือก Port ใหม่ หาก 80 ถูกใช้ไปแล้ว ที่ไฟล์
C:\Apache2\conf\httpd.conf
คำสั่ง
Listen 80 --> เปลี่ยนเป็น port ที่ต้องการ บันทึกไฟล์ ก่อนทำการ start service ด้วยคำสั่ง
C:\Apache2\bin\httpd -k start
ถ้าต้องการ หยุดก็ใช้
C:\Apache2\bin\httpd -k stop
ถ้าต้องการลบ Service ออก ใช้
C:\Apache2\bin\httpd -k uninstall
แต่หากมีการแก้ config หรือติดตั้ง module ใหม่ ใช้คำสั่ง restart ก็ได้
C:\Apache\bin\httpd -k restart
ทดสอบด้วยการเปิด http://localhost หรือ http://localhost:xx
เพื่อดูข้อความเทสที่มากับ Apache "It's work"
ใน Apache เราสามารถดู log การทำงานได้ที่
C:/Apache2/logs
ซึ่งที่ต้องสนใจมากคือ error.log
วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559
การปรับขนาดตัวอักษร Font size Outlook
เนื่องจาก บางเมล ตั้งขนาดตัวอักษรมาเล็กมาก อ่านไม่เห็น ยิ่งจอสมัยใหม่ ความละเอียดสูง สุดยอด พาลจะพาเล็กลงไปอีก เลยต้องมาปรับ Outook กันนิดนึง ตามสเตป ดังนี้
1. ปรับให้อ่านเมลทุกเมล เป็น Plain Text หรือว่ากันง่ายๆ คือ มาเป็นข้อความอย่างเดียว จะมีรูปอะไร ในเมล ไม่สนใจทั้งนั้น
https://support.office.com/en-us/article/Read-email-messages-in-plain-text-2443da66-4ab8-451e-98a8-489a58d00a40?ui=en-US&rs=en-US&ad=US&fromAR=1
2. หลักจากปรับตัวอักษรแล้ว ก็มาปรับขนาดตัวอักษรในหน้าวิว และหน้าอ่าน อีเมล์กัน
2.1 ปรับหน้ารายการอีเมล์
https://support.office.com/en-us/article/Change-the-font-or-font-size-of-the-message-list-f60520e6-7136-42f6-a7e1-f762ef1d54fa
2.2 ปรับหน้าอ่าน
https://support.office.com/en-us/article/Set-the-font-or-text-color-for-messages-you-send-83425b7b-4acc-4e94-8c04-fa1e31790318
1. ปรับให้อ่านเมลทุกเมล เป็น Plain Text หรือว่ากันง่ายๆ คือ มาเป็นข้อความอย่างเดียว จะมีรูปอะไร ในเมล ไม่สนใจทั้งนั้น
https://support.office.com/en-us/article/Read-email-messages-in-plain-text-2443da66-4ab8-451e-98a8-489a58d00a40?ui=en-US&rs=en-US&ad=US&fromAR=1
2. หลักจากปรับตัวอักษรแล้ว ก็มาปรับขนาดตัวอักษรในหน้าวิว และหน้าอ่าน อีเมล์กัน
2.1 ปรับหน้ารายการอีเมล์
https://support.office.com/en-us/article/Change-the-font-or-font-size-of-the-message-list-f60520e6-7136-42f6-a7e1-f762ef1d54fa
2.2 ปรับหน้าอ่าน
https://support.office.com/en-us/article/Set-the-font-or-text-color-for-messages-you-send-83425b7b-4acc-4e94-8c04-fa1e31790318
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
โปรแกรมสำหรับทำพวก Prototype และ Diagram ต่าง ๆ
ผมลงเฉพาะตัวที่ใช้กับ Windows 10 ได้นะ เนื่องจาก ส่วนตัว ใช้ Windows 10 อยู่ครับ
อันนี้เสียเงิน มีทดลองใช้
AXURE RP
ไว้ทำ Prototype และ วาดพวก Diagram แต่เสียเงินนะ อันนี้
http://www.axure.com/
อันนี้ก็เสียเงิน แต่มีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้
Visual Paradigm
ไว้สำหรับเขียนพวก Diagram มีเวอร์ชั่น Community (ฟรี) ให้ใช้
https://www.visual-paradigm.com/
Justinmind
ไว้สำหรับทำพวก Prototype มีให้ทดลองใช้ 30 วันแรก หลังจากนั้นจะเป็นเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้
http://www.justinmind.com/
อันนี้ ฟรี ไม่เสียเงิน บริจาคได้ตามศรัทธา
Dia
สำหรับวาดพวก Diagram ต่าง ๆ
http://dia-installer.de/
Pencil
สำหรับวาดพวก Diagram ต่าง ๆ
http://pencil.evolus.vn/
อันนี้เสียเงิน มีทดลองใช้
AXURE RP
ไว้ทำ Prototype และ วาดพวก Diagram แต่เสียเงินนะ อันนี้
http://www.axure.com/
อันนี้ก็เสียเงิน แต่มีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้
Visual Paradigm
ไว้สำหรับเขียนพวก Diagram มีเวอร์ชั่น Community (ฟรี) ให้ใช้
https://www.visual-paradigm.com/
Justinmind
ไว้สำหรับทำพวก Prototype มีให้ทดลองใช้ 30 วันแรก หลังจากนั้นจะเป็นเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้
http://www.justinmind.com/
อันนี้ ฟรี ไม่เสียเงิน บริจาคได้ตามศรัทธา
Dia
สำหรับวาดพวก Diagram ต่าง ๆ
http://dia-installer.de/
Pencil
สำหรับวาดพวก Diagram ต่าง ๆ
http://pencil.evolus.vn/
โปรแกรมสำหรับทำพวก Prototype และ Diagram ต่าง ๆ
มีทั้งฟรีและเสียเงิน เอาไว้ว่าง ๆ จะแยกให้นะ
AXURE RP
ไว้ทำ Prototype และ วาดพวก Diagram แต่เสียเงินนะ อันนี้
http://www.axure.com/
Visual Paradigm
ไว้สำหรับเขียนพวก Diagram มีเวอร์ชั่น Community (ฟรี) ให้ใช้
https://www.visual-paradigm.com/
Justinmind
ไว้สำหรับทำพวก Prototype มีให้ทดลองใช้ 30 วันแรก หลังจากนั้นจะเป็นเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้
http://www.justinmind.com/
AXURE RP
ไว้ทำ Prototype และ วาดพวก Diagram แต่เสียเงินนะ อันนี้
http://www.axure.com/
Visual Paradigm
ไว้สำหรับเขียนพวก Diagram มีเวอร์ชั่น Community (ฟรี) ให้ใช้
https://www.visual-paradigm.com/
Justinmind
ไว้สำหรับทำพวก Prototype มีให้ทดลองใช้ 30 วันแรก หลังจากนั้นจะเป็นเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้
http://www.justinmind.com/
วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
การติดตั้ง PHP 5.6 (5.6.14) ลงใน Windows Server 2008 R2
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลง PHP
1. Microsoft Visual C++ 2012 Redistributable (x86) - 11.06.61030
2. Oracle Client
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลง Oracle Client 12c
1. Microsoft Visual C++ 2010 x86 Redistributable - 10.0.30319
การลง Oracle Client 12c
1. Download File
2. Extract File
3. ตั้งค่า PATH
4. ทดสอบ Oracle
1. Download PHP Version Non Thread Safe ที่ http://windows.php.net/download
2. Extract File ที่ได้ ลงใน โฟลเดอร์ ที่ต้องการ ในที่นี้ใช้
C:\php-5.6.14-nts-Win32-VC11-x86
3. rename file php.ini-production หรือ copy แล้วเซฟเป็นชื่อ php.ini
หากไม่เห็นชื่อ นามสกุลไฟล์ .ini ให้ทำการแสดง นามสกุลใน Explorer ก่อน ดังนี้
http://itclubth.blogspot.com/2015/11/windows-server-2008-r2.html
4. ทำการตั้งค่า php.ini
session.save_path = "c:\xxx\xxx"
upload_tmp_dir = "c:\xxx\xxx"
open_basedir = "c:\xxx\xxx; c:\xxx"
4. ทดสอบ PHP ด้วย Command Line.
ด้วยการพิมพ์คำสั่ง php -info ในโฟลเดอร์ของ php เอง เพื่อเรียกใช้ php.exe
ภาพนี้เป็นตัวอย่าง เมื่อเรียกใช้ php แล้วเกิด error MSVCR100.dll
จำเป็นจะต้องติดตั้ง Microsoft Visual C++ 2010 Redistributable Package (x86) หรือจะใช้ x64 ก็ได้ แต่ Database และ PHP ควรเป็น 32 หรือ 64 bit เหมือนกัน
6. ตั้งค่า PHP กับ IIS
7. ทดสอบ PHP กับ IIS
8. ทดสอบ PHP กับ Oracle
1. Microsoft Visual C++ 2012 Redistributable (x86) - 11.06.61030
2. Oracle Client
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลง Oracle Client 12c
1. Microsoft Visual C++ 2010 x86 Redistributable - 10.0.30319
การลง Oracle Client 12c
1. Download File
2. Extract File
3. ตั้งค่า PATH
4. ทดสอบ Oracle
1. Download PHP Version Non Thread Safe ที่ http://windows.php.net/download
2. Extract File ที่ได้ ลงใน โฟลเดอร์ ที่ต้องการ ในที่นี้ใช้
C:\php-5.6.14-nts-Win32-VC11-x86
3. rename file php.ini-production หรือ copy แล้วเซฟเป็นชื่อ php.ini
หากไม่เห็นชื่อ นามสกุลไฟล์ .ini ให้ทำการแสดง นามสกุลใน Explorer ก่อน ดังนี้
http://itclubth.blogspot.com/2015/11/windows-server-2008-r2.html
4. ทำการตั้งค่า php.ini
session.save_path = "c:\xxx\xxx"
upload_tmp_dir = "c:\xxx\xxx"
open_basedir = "c:\xxx\xxx; c:\xxx"
4. ทดสอบ PHP ด้วย Command Line.
ด้วยการพิมพ์คำสั่ง php -info ในโฟลเดอร์ของ php เอง เพื่อเรียกใช้ php.exe
ภาพนี้เป็นตัวอย่าง เมื่อเรียกใช้ php แล้วเกิด error MSVCR100.dll
จำเป็นจะต้องติดตั้ง Microsoft Visual C++ 2010 Redistributable Package (x86) หรือจะใช้ x64 ก็ได้ แต่ Database และ PHP ควรเป็น 32 หรือ 64 bit เหมือนกัน
6. ตั้งค่า PHP กับ IIS
7. ทดสอบ PHP กับ IIS
8. ทดสอบ PHP กับ Oracle
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



